เส้นทางค้าแข้ง! กุน อเกวโร่ กับเส้นทางสู่ ตราหมี

กุน อเกวโร่ กับก้าวแรกสู่เส้นทางค้าแข้งอย่างเต็มตัวกับ ตราหมี

กุน อเกวโร่

เส้นทางชีวิตของ กุน อเกวโร่ เริ่มต้นกับสโมสรฟุตบอลในบ้านเกิดอย่าง อินดิเพนเดียนเต้ และสร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในลีกฟุตบอล อาร์เจนติน่า ในเกมกับ ซาน ลอเรนโซ่

ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปี กับอีก 35 วัน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2003 ที่เป็นที่ฮือฮาก็คือ อเกวโร่ ได้ทำลายสถิตินักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดตลอดกาลที่มีเจ้าของเดิมชื่อ ดีเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่า ตำนานเทพเจ้าลูกหนังของชาว อาร์เจนติน่า

ผลงานของ อเกวโร่ โดดเด่นอย่างมากตลอดระยะเวลา 3 ปีกับ อินดิเพนเดียนเต้ โดยค่อยๆ ปักหลักเป็นกองหน้าตัวหลักของทีม และทำผลงานได้ดีโดยยิงได้ถึง 23 ประตูจากการเล่น 53 นัด

หนึ่งในสโมสรแรกๆ ที่มีการอ้างถึง อเกวโร่ ก็คือทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เจ้าตัวเองเคยยอมรับว่าสนใจอยากย้ายมาเล่นในแอนฟิลด์ใจจะขาด แต่สุดท้ายทางด้านราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่
หงส์แดง ในเวลานั้น ก็ปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่าลิเวอร์พูล ไม่สนใจกองหน้าดาวรุ่งรายนี้ที่คาดว่าจะมีค่าตัวถึงหลัก 10 ล้านปอนด์แต่อย่างใด เมื่อถึงเดือน เม.ย.2006 ก็มีข่าวด่วนว่าเป็น “ตราหมี”
แอตเลติโก มาดริด ที่ปฏิบัติการสุดรวดเร็วคว้าตัว อเกวโร่ มาร่วมทีมได้ตัดหน้าทีมอื่นๆ อีกนับสิบที่หวังจะได้กองหน้าพรสรรค์รายนี้เช่นกัน

แต่ถึงทางด้าน อินดิเพนเดียนเต้ ยังได้ปฏิเสธข่าวนี้ในทีแรก แต่ อเกวโร่ กลับให้สัมภาษณ์ต่อหน้าทีวีในอาร์เจนติน่าว่า “แม้ผมจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ แต่นี่ก็อาจจะเป็นประตูสุดท้ายของผมและเป็นเกมสุดท้ายของผมกับทีมแล้ว”

จากนั้นในวันที่ 30 พ.ค. 2006 ก็มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า แอตเลติโก มาดริด ได้ตกลงซื้อ อเกวโร่ ไปร่วมทีมโดยไม่มีการเปิดเผยค่าตัว แต่คาดกันว่าจะอยู่ที่ราว 15 ล้านปอนด์ (ราว 750 ล้านบาท) ซึ่งทำให้ อเกวโร่ เป็นนักเตะที่แพงที่สุดของสโมสรไปโดยปริยาย

ฤดูกาล 2010-11 เป็นฤดูกาลที่ อเกวโร่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับ แอตเลติโก มาดริด เมื่อเขายิงได้ถึง 20 ประตูใน ลา ลีก้า สเปน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขา แต่แล้วในวันที่ 23 พฤษภาคม 2011 อเกวโร่ ได้ประกาศผ่านเวบไซต์อย่างเป็นทางการของตัวเขาว่า เขาต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อน และเรียกร้องให้สโมสรปล่อยตัวเขาออกจากทีม จนกระทั่งในวันที่ 28 กรกฏาคม 2011 ก็เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กระชากตัวเขาไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์